พฤษภาคม 2551

posted on 18 Jun 2010 14:32 by kwangkungzaa in toshi

ฉันทำงานที่นี่มา 6 เดือนละ

ก็เริ่มคุ้นเคยกับที่นี่ เนื้องานก็เริ่มดูแลได้เอง

 

 

 

ระหว่างนั้น ฉันเจอพี่หัวหน้าแผนกท่านนึงค่ะ เป็นผู้หญิง ชื่อพี่อร

เวลาพี่อรเข้าเน็ตไม่ได้

พี่อรก็จะชอบโทรมาที่โต๊ะ ให้ไปดู notebook พี่อรให้หน่อย

และเกือบทุกครั้งที่เล่นเน็ตได้ พี่อรก็จะชอบเปิดเว็บหาคู่ค่ะ (thaimate อ่ะล่ะ)

 

 

 

ฉันเคยคิดในใจ ว่าทำไมพี่อรถึงเล่นเว็บแบบนี้

แว่บนึงคิดว่า แล้วมันจะได้ผลจริง ๆ เหรอ หาคู่ในเว็บเนี่ย จะโดนหลอกเอาง่าย ๆ

คำถามในใจตามมาเป็นพรวนเลย แต่ถามพี่อรตรง ๆ ไม่ได้ค่ะ ไม่กล้าอ่ะ

 

 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง..

อยู่ดี ๆ พี่อรก็พูดถึงเว็บที่เขาเล่นอยู่ให้ฟัง (ฉันยังไม่ทันถามเลย)

 


"พี่เลือกคุยกับฝรั่งเพื่อฝึกภาษา ช่วยได้เยอะเลยนะ"

 

 

 

ฉันก็คิดในใจ (อีกละ)

ถ้ามันช่วยได้จริง ก็ดีน่ะสิ แต่เราไม่ชอบคุยกะฝรั่ง แล้วเราจะเล่นทำไมล่ะเนอะ

 

 

 

 

 

ฉันเปิดดูปฏิทินบนโต๊ะ

เดือนนี้เดือนพฤษภาคมแล้ว

จะเข้าสู่เดือนมิถุนายน

 

 

 

 

 

"เหงาจัง"

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ท่านบวชไปก็ไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนอย่างเคย

และไอ้ที่สัญญากันไว้ก่อนบวช ว่าให้เวลา 1 ปี ถ้าครบปีกวางจะมีคนใหม่ก็จะไม่ว่ากัน

มันจะครบกำหนดสิ้นเดือนนี้แล้วนะ..

ถ้าสิ้นเดือนนี้ท่านไม่สึก นั่นก็หมายความว่า...

 

 

 

โอยยย ว่าแต่ทำไมฉันต้องมานั่งทรมาน

รอคอยอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ด้วย

เพราะท่านเองก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะสึกเลยสักนิด

จะถามท่าน ก็กลัวบาปจะกินหัว

 

 

 

เคยแอบคิดว่า ผู้หญิงนี่เหมือนมารศาสนาพุทธเลยนะ

แต่ก็นั่นล่ะ คิดเป็นอย่างอื่นดีกว่าคิดแบบนั้น

 

 

อันที่จริงกับท่านเอง ฉันอาจจะผิดก็ได้

ที่คิดว่าการไม่ไปหาเพราะอยากให้ท่านศึกษาพระธรรมให้เต็มที่

(เพราะครั้งนี้ท่านบวชให้เตี่ยกับแม่)

ท่านพูดถึงระยะเวลาในการบวชครั้งนี้ว่า

"พ่อแม่อ่ะเลี้ยงเรามาตั้งหลายสิบปี เราบวชให้ท่านแค่ปีเดียวไม่ได้เลยเหรอ"

ฉันพูดอะไรไม่ออก ในเมื่อคิดแบบนั้น (ก็ไม่ได้คิดอะไรเลวร้ายนะ) ก็ปล่อยท่านไปดีกว่า

สำหรับฉัน 1 ปี มันนานเกินไป จนตัวพ่อแม่ของท่านเองยังบอกเลยว่านานมาก

 

 

 

 

 

"แล้วนี่จะครบปีแล้ว ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสึกเลย"

 

 

อันที่จริง ตอนที่ไม่ได้บวช ท่านเองเวลาอยู่กับเราเราเองก็ไม่สบายใจ

เพราะเป็นแฟนกันก็เหมือนไม่ได้เป็นแฟนกัน เพื่อนกันยังเจอกันบ่อยกว่า

มีแฟนคือเรา แต่เราอยู่ไหนทำอะไร เขาไม่รู้ ถ้าเราไม่โทรไปบอก หรือเขาไม่โทรมาถาม

 

ดังนั้นฉันจะมีแฟน หรือไม่มีแฟน ก็ค่าเท่ากันอยู่ดี

ฉันก็ยังกินข้าวคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ไปเที่ยวคนเดียวตลอดเวลาอยู่แล้ว

(เพราะเพื่อนก็มีแฟนไปหมดแล้วเหมือนกัน)

 

 

 

คำถามในใจที่ก่อตัวมาช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาก็คือ..

 

"เราจะหาแฟนใหม่ดี หรือจะอยู่เป็นโสดสักพักนึงดี"

 

ฟังดูอาจจะเห็นแก่ตัว เพราะพระท่านก็ไม่ได้ทำอะไรผิด

ตอนที่ยังไม่ได้บวชก็ไม่ได้นอกใจ ออกจะขยันทำงาน

ก็แค่บวชนาน จนไม่รู้จะสึกเมื่อไหร่

 

 

ถามใจคนรอแบบฉัน

ทีแรกฉันก็คิดว่าฉันทนได้ แค่ปีเดียวเอง

แต่สุดท้ายฉันก็พบว่า ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้

 

 

"มันเหงาเกินไปอ่ะ"

 

 

 

และก็ไม่รู้จะเลือกคบใครดี

เรียกได้ว่าพอทำงานแล้วก็หาแฟนใหม่แต่ละทีก็ยากเต็มทีละ

เพราะที่เห็น ๆ อยู่ในออฟฟิศนี่ก็ไม่อยากได้เท่าไหร่

ที่เล็ง ๆ ไว้แต่ละคนก็ไม่ผ่านสักคน

 

 

และก็เห็นพี่อรเล่นเว็บนั้นอยู่

บวกกับเมลของเพื่อนร่วมรุ่นของฉันบางคนก็เล่นเว็บทำนองนี้ด้วย

ก็เลย.. ลองหน่อยละกัน อย่างน้อยก็ยังมีคนคุยเล่นไว้แก้เหงาบ้าง

 

 

ฉันไม่เถียงนะว่ามันเป็นอุปกรณ์แก้เหงาได้ในระดับหนึ่ง..

แต่พอผ่านการคุยไปได้สักระยะ ก็จะรู้สึกได้ว่า เขาเข้ากับเราได้รึเปล่า..

 

 

 

แต่ฉันก็ยังไม่เจอใครที่โดนใจสักคน..

 

 

 

-..-

 

 

 

 

สิ้นเดือนนั้นฉันก็ยังไม่ได้ข่าวเรื่องท่านสึก

เรียกว่าไม่ได้ข่าวอะไรจากท่านเลยจะดีกว่า..

Comment

Comment:

Tweet