33 | จดหมายถึงหมึกตัวหนึ่งแถวอ่าวไทย
posted on 28 Apr 2009 12:35 by kwangkungzaaจดหมายยาวหน่อยนะจ๊ะ..
สวัสดีจ้ะเจ๊สุดสวย (อย่างน้อยก็สวยสุดในเวิ้งอ่าว)
ได้ข่าวว่าช่วงนี้เจอมรสุม
สุขภาพเจ๊เป็นยังไงบ้าง
วังใต้บา่ดาลของเจ๊มีรอยร้าวบ้างมั้ย
ยังไงก็ขอให้อดใจรอ รักษาสุขภาพด้วย
เดี๋ยวพอพ้นช่วงนี้ไป
ดุกศรีเชื่อว่าเจ๊คงจะร่าเริงขึ้นได้เองนะจ๊ะ
ดุกศรีอยู่น้ำจืด แม่น้ำโขงก็ค่อนข้างไกลจากปากอ่าวไทยพอสมควร
หวังแค่จดหมายฉบับนี้จะลอยตามน้ำไปโผล่แถวอ่าวไทย
ให้เจ๊ได้อ่านละกันนะ
เรื่องน้องเจ๊ ได้ข่าวจากจดหมายเปิดผนึกแถว ๆ อ่าวไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้
จริง ๆ ก็รับรู้มาระยะหนึ่งแล้วล่ะ แต่ไม่รู้จะบอก
หรือให้วิธีการแก้ปัญหายังไงให้รู้สึกว่า
เป็นวิธีที่สามารถทำได้โดยไม่รู้สึกว่าบาดหมางกันในใจทั้งสองฝ่าย
ดุกศรีเองก็ประสบการณ์น้อย แต่ขอให้ความเห็นว่า..
เค้าก็ยังเห็นเจ๊เป็นคนที่สามารถพึ่งพาได้ตอนที่ทุกข์น่ะ
แค่แสดงออกแบบละมุนละม่อมไม่เป็น
ว่าทุกข์ยังไง รู้สึกยังไง
อาจจะเห็นว่าเป็นพี่ เป็นคนในครอบครัว เลยไม่กล้าเล่าให้ฟัง
เหมือนเพื่อนของน้องเจ๊ที่น้องเจ๊เค้าแอบหนีไปเที่ยวด้วยทุกครั้ง
พูดง่าย ๆ คนในครอบครัวนะ บางเรื่องดุกศรีเองก็ไม่เล่าให้ฟัง
สำหรับครอบครัวที่ถูกเลี้ยงมาแบบ อยู่ในกรอบ อยู่ในประเพณีดีงาม
คนในครอบครัวเป็นคนหัวโบราณ รับเรื่องราวที่คนในครอบครัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกของตัวเอง ทำอะไรเสื่อมเสีย หรือขัดใจพ่อแม่ไม่ได้
ก็จะกลายเป็นว่าถ้าจะทำอะไร หรือปรึกษาเรื่องอะไรสักอย่าง
แล้วคนที่เป็นผู้ปกครองเรารู้แล้วเค้าไม่พอใจแน่ ๆ
ก็ไม่เลือกที่จะปรึกษาคนในครอบครัว หรือแฟนตัวเองด้วยซ้ำ
แต่เลือกที่จะปรึกษาคนนอกครอบครัวเช่น เพื่อนสนิท หรือพี่ที่นับถือกัน
เพราะไปปรึกษาเขาแล้วเขาก็แค่ดุ ๆ ด่า ๆ ดีหน่อยก็อาจมีไอเดียดี ๆ
(อาจดีกว่าคนหัวโบราณในครอบครัว)
แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีอิทธิพลที่จะบังคับเราให้ตัดสินใจได้เหมือนเราเองไง
ในขณะที่ไปปรึกษาคนในครอบครัว หรือแฟนเรา แล้วจะโดนด่าแรงกว่า
และอาจจะมีผลทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจต้องการด้วย
(เพราะพวกเขาสามารถบังคับกดดันไม่ให้เราทำ เราอยากทำก็ทำไม่ได้
ถ้าไม่เล่า ไม่ให้รู้ซะยังดีกว่า เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็สามารถทำอะไรเองได้ตามใจเราต้องการ)
คิดอีกแง่ยังดีกว่าน้องเจ๊ไปอยู่กับเพื่อนแทนที่จะอยู่กะเจ๊นะ
อย่างน้อยที่สุดเราก็รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
(ระหว่างที่รับรู้พฤติกรรมเราก็รู้สึกระอาใจไปพร้อม ๆ กัน หรือเข้าใจไปพร้อม ๆ กันก็ไม่รู้)
มีเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นพี่น้องมัดไว้อยู่ให้รู้ว่ายังเป็นครอบครัวเดียวกันนะ
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนกำแพงบาง ๆ กั้นความเป็นส่วนตัวไว้
เจ๊เตือน เจ๊บอกอะไรแล้วน้องไม่ฟัง หรือฟังแต่ไม่ทำตาม มันก็ทำให้เครียดใช่รึเปล่า
เอาเป็นว่า..
ดุกศรีเชื่อว่า ถ้าน้องเจ๊อ่ะเจอเหตุการณ์อะไรสักเหตุการณ์นึง
ที่ทำให้เค้าสำนึกในบุญคุณได้อ่ะ
(เช่น โดนเหมือนอย่างที่เจ๊โดน หรือมีเพื่อนสนิทที่น้องเจ๊นับถือและเชื่อมาก ๆ อ่ะพูดสะกิดใจเค้า)
ถึงตอนนั้นเค้าอาจจะดีขึ้นก็ได้
อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน ตอนที่ยังดี ๆ กันอยู่
ขอให้วันนั้นมาถึงไว ๆ นะ วันที่เจ๊กะน้องเจ๊เปิดใจกัน
เข้าใจกัน และน้องเจ๊รักเจ๊เหมือนวันเก่า ๆ
เพียงแต่ต้องใช้เวลา ช่วงนี้ขอให้เจ๊อดทนให้มาก ๆ
ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
คือถ้าทำดีที่สุดได้แค่นั้นก็ไม่ต้องเสียใจว่าผลออกมามันจะดีหรือไม่ดี
แต่ขอให้ดีใจกับตัวเองก่อน ที่ทำเต็มที่แล้วนะ!!
ถึงดุกศรีจะช่วยอะไรเจ๊ไม่ได้มาก
อย่างดีก็ทำได้แค่รับฟัง หรือช่วยเหลือบางอย่างที่สามารถทำได้
แต่บอกอีกทีว่า ดุกศรีคงไม่ทำให้เจ๊ทุกข์ใจขึ้นใช่มั้ย?
รักเจ๊น๊า อยากกอดเจ๊จัง เจ๊สู้ ๆ นะ
ดุกศรีจ้ะ

:)
#1 By aomlok- on 2009-04-28 13:02