19 | ครัวดุกศรี - เค้กกล้วยหอม
posted on 28 Mar 2009 09:29 by kwangkungzaa
เล่าให้ฟังกันก่อนนะคะ
คือกวางอ่ะเป็นคน
เอ๊ย เป็นปลาดุกหน้าตาน่ารักที่สุดในลุ่มแม่น้ำโขง
(ต๊าย พูดไปได้ไงไม่อายปากบ้าง)
พอๆ เข้าเรื่องดีกว่า
คือ..จะบอกว่าชอบทดลองทำอะไรกิน
โดยเฉพาะอาหารฝั่งตะวันตก
ที่เคยทำก็มีตั้งแต่
- บลูเบอรี่ชีสพาย (ใครที่หัดทำขนมคงเคยทำกันหมดแล้ว)
- ผักโขมอบชีส (แม่นางอุจจาระเทวีชอบ request ให้ทำให้กินบ่อยๆ)
- บราวนี่ (เคยลองแต่สูตรที่ใช้ผงโกโก้ ไม่เคยเคี่ยวช็อคโกแลตเองเลย แต่ก็อร่อยดีนะ (เพื่อนบอก))
และที่ทำไปล่าสุด (แต่หลายรอบแล้ว) ก็คือเค้กกล้วยหอมนั่นเอง...
ทำมาหลายรอบเหมือนกันนะ ปกติจะใช้สูตรคุณอ๋อจาก bloggang คุณแพรค่ะ
เหตุผลเพราะเนื้อนุ่มมาก นุ่มจัด ๆ เลย ใครที่เคยกินเค้กกล้วยหอมจากที่อื่น
เช่น โลตัส (ที่บ้านซื้อกินประจำค่ะ) เนื้อจะแน่นกว่ากันเยอะ
แต่จากที่เคยอ่านสูตรอื่น ๆ เค้าบอกว่าถ้าจะให้เนื้อฉ่ำ ๆ ก็ใส่กล้วยเยอะหน่อย
มาดูกันนะว่าถ้าใส่กล้วยเยอะมันจะเป็นยังไง...T-T''
กวางทำเค้กกล้วยหอมสูตรนี้ ถ้านับครั้งนี้ด้วยก็ครั้งที่ 4 แล้วค่ะ
ครั้งแรกที่ทำก็ตามสูตรเป๊ะ ๆ
แอบไหม้ก้นด้วยเพราะไม่ได้ใช้คัพเค้ก (อุปกรณ์ไม่เอื้อ)
แต่ใช้ถาดอบสี่เหลี่ยม ทาเนยแทน
อบเสร็จก็เอาออกจากพิมพ์ เฉือนไ้อ้ที่เนื้อไม่สวยออกไป
บิออกเนื้อฟูสวยกำลังดี ทิ้งไว้ 1 วัน 1 คืนเอากลับมากินก็อร่อยนะ
เนื้อจะฉ่ำ ๆ หน่อย เหมือนเค้กกล้วยหอมทั่วไป แต่นิ่มกว่ากันเยอะ
ครั้งที่สอง กวางลองเพิ่มกล้วยค่ะ 1 ลูก
ผลออกมายังเป็นที่น่าพอใจเหมือนเคยค่ะ หมดไวเหมือนเคยเช่นกัน
กวางแอบคิดว่า ถ้ากวางจะใช้น้ำมันพืชแทนเนย จะเป็นไรมั้ย
จากที่อ่าน ๆ ในก้นครัวพันทิป
ก็ได้คำตอบว่าน่าจะเหมือนกัน เลยเป็นที่มาของครั้งที่สาม
ครั้งที่สาม ใช้น้ำมันพืชแทนเนยสด
เนื้อเป็นรูพรุนด้วยแหละ (เหมือนน้ำมันเดือดๆ)
สรุปเนื้อไม่สวยถูกใจเท่าใช้เนย
รสชาติก็ออกจะชุ่ม ๆ มัน ๆ กว่า
และครั้งล่าสุด (ครั้งที่สี่) รอบนี้แม่ขอให้กวางทำไปไหว้เช็งเม้งค่ะ
เตรียมการนาน 2 อาทิตย์..
แม่เตรียมกล้วยหอม 1 หวีให้ เอาไปบ่มให้งอมในตู้เย็น
ผิวเป็นสีน้ำตาลแล้วอ่ะค่ะ พี่ชายคนโตนาน ๆ กลับบ้านที มาเจอเข้าก็หยิบออกมาทั้งหวี
ดึงไปกิน 1 ลูก แล้วปรากฏว่ากินไม่ได้เพราะมันงอมจัดไป เลยทิ้งไว้ในห้องพี่แกนั่นล่ะ
กวางเปิดตู้เย็นจะเตรียมของ ปรากฏว่ากล้วยหายไปทั้งหวี
ดุกศรีตกใจสิคะ ตอนนั้นแม่โทรมาพอดีก็เลยถามซะ แม่ก็โทรไปถามพี่ชายคนโต
ก็เลยได้เรื่อง แม่เลยต้องรีบไปเอากล้วยหวีนั้นกลับมาไว้ในตู้เย็นเหมือนเดิม เดี๋ยวจะเน่าก่อนใช้
เมื่อวานกลับมาจากออฟฟิศ
ไปหาแม่ แม่สมทบทุนค่ามาร์การีนให้ 1 ถัง
ส่วนกวางก็แวะซื้อพิมพ์อบมัฟฟิน 6 หลุมติดมือมาอีก (ไม่นึกว่าจะได้ใช้จริงจัง)
ก่อนเ้ข้าบ้านก็แวะเซเว่น พกนมเปรี้ยวบีทาเก้นขวดเล็ก ๆ (ขวดละ 10 บาท) มาด้วย
ก็กินข้าวกินปลา และก็ลงมือ
ปอกกล้วยที่งอมใกล้เน่ามาใส่ชามผสม (ยิ่งงอมยิ่งหวานค่ะ)
(รอบนี้ใส่กล้วยเพิ่มจากสูตร 2 ลูก + เบิ้ลสูตรอีกก็เท่ากับ 10 ลูก)
ตวงนมปรากฏว่าขวดเล็กก็พอดี 1 ถ้วยตวง
เทนมแบ่งมาครึ่งนึง แล้วเอามาขยำขยี้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน
(แน่นอนว่าใช้มือค่ะแต่หุ้มถุงพลาสติกก่อนนะ)
เสร็จแล้วก็ พักไว้ก่อน ..
ตวงมาร์การีน หรือถ้าอยากให้หอม ๆ เอาเนยจืดก็ได้ค่ะ ก็ชั่งไป 340 กรัม ใส่ลงไปในโถผสม
ตวงน้ำตาลทรายขาว กับน้ำตาลทรายแดง อย่างละ 1 ถ้วยตวง ใส่ลงไป
ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน (เอาพายตะล่อมข้าง ๆ ด้วยก็ดีนะคะ)
จากนั้น หาไข่ไก่ 4 ฟอง
เปิดในตู้เย็นมีแค่ฟองเดียว
ซวยแล้ว ต้องไปร้านขายของชำซื้อไข่เพิ่ม
กลับมาก็ตอกไข่ใส่ไป 4 ฟอง ตีความเร็วต่ำให้เข้ากัน
และก็ใส่กล้วยเละ ๆ ที่เตรียมไว้ลงไป
แต่เนื่องจากส่วนผสมเยอะมาก โถผสมของเครื่องไม่สามารถใส่ได้หมด
เลยต้องเปลี่ยนโถผสม เปลี่ยนแล้วพอตีไปช่วงแรก
เอ๊ะอะไรเย็น ๆ ตรงขา (ตอนนั้นนั่งพื้นทำอ่ะค่ะ)
แย่ละ กระเด็นเป็นจุด ๆ เลยนี่หว่า
ผสมไปก็ต้องคอยระวังไม่ให้มันกระเด็นด้วยนะ
เพราะกระเด็นได้รอบทิศทางมาก
ก็ผสมไปเรื่อย ๆ จนเข้ากันทั้งหมด พักไว้ก่อน
เสร็จแล้วร่อนแป้ง 4 ถ้วยตวง ตวงแป้งพัดโบกไปได้ 2 ถ้วยครึ่ง หมดค่ะพี่น้อง
นั่นหมายความว่าต้องออกไปโลตัส ซื้อแป้งเพิ่ม ก็โอเคออกไปซื้อ
ไปถึงล็อกขายของเบเกอรี่ พวกแป้งทำขนมอ่ะ ปรากฏว่าแป้งพัดโบกไม่มี
เอาไรแทนได้มั้ยงิ เลยหยิบแป้งเอนกประสงค์ตรากบมาแทน
รีบกลับบ้านมาตวงของต่อ พอแป้งครบ 4 ถ้วยแล้วก็ร่อน ๆ
ตวงเกลือป่น 3/4 ช้อนชา 2 ครั้ง
ผงฟู 2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 2 ช้อนชา
วนิลาผง 2 ช้อนชา (บ้านไหนมีวนิลาน้ำก็ใส่ในตอนสุดท้ายเด้อค่ะ)
แบ่งผสม 3 ส่วนสลับกัน แป้ง นม แป้ง นม แป้ง นม
อย่าลืมเอาพายตะล่อม ๆ ระหว่างผสมด้วยเด้อ
ความยากลำบากของกวางยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ถ้าผสมลงในโถเล็กทีเดียว ตายแน่
เลยต้องแบ่งออกมาผสมทีละส่วน แล้วค่อยเอาไปผสมในโถอีกโถนึงอีกที
โดยเอาพายค่อย ๆ ตะล่อม ๆ จนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็จะได้ส่วนผสมพร้อมอบแล้ว
ผสมเสร็จไอ้กวางลืมวอร์มเตาอบ (วอร์มไว้ที่ 170 องศาเซลเซียส ไฟล่างจ้ะ)
เค้าให้วอร์มเตาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มตีเนยแล้วอีนี่เพิ่งจะมาวอร์ม
วอร์มไปได้ประมาณ 15 นาที
ระหว่างนี้ เล่น restaurant city ใน facebook ไปด้วย มีความสุข (มั้ง) ![]()
ก็เปิดเกมปล่อยให้มันเล่นไป เราก็จัดการเอาถ้วยกระดาษใส่ลงในพิมพ์
เราก็ไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าไอ้ถ้วยกระดาษอ่ะมันเล็กกว่าพิมพ์ ก็หยอดขนมลงไปตามปกติ
หยอดลงไปครึ่งนึงของกระดาษ เพราะกลัวมันฟูจนล้น
ก็ยัดทั้งพิมพ์ 6 ถ้วยนั่นแหละเข้าไปในเตา (พอดี๊พอดีกับเตาอบเลยวุ้ย)
อบรอบถัด ๆ ไปก็เลยใส่ถั่วลิสงลงไปก่อนอบด้วย
สูตรบอกว่า อบไฟล่าง 10 นาที ไฟบน 10 นาที
กวางลองรอบนี้แล้วปรากฏหน้ายุบเป็นแอ่งกะทะเลยอ่ะ
มานั่งนึก หรือว่าเราจะหยอดแป้งน้อยไป
เลยหยอดเต็มถ้วยกระดาษเลย (โรยถั่วด้วย)
ปรากฏว่าก็ยุบเหมือนเดิม
อะไรวะ!! หรือว่าจะเป็นที่ไฟบนไฟล่าง
ก็เลยลองเล่นไฟบนล่างทั้งคู่ 20 นาที
ปรากฏ ตอนอยู่ในเตาก็ฟูดี พอเอาออกมาฟีบเหมือนเดิม
มานึกขึ้นได้ตอนหลัง (ตอนที่ส่วนผสมเตรียมหยอดเหลือเกือบก้น ๆ โถ)
ว่าใส่กล้วยเยอะจากสูตรไปหน่อย เนื้อมันเลยไม่ยอมฟูให้
ใช่แน่เลยว่ะ แก้อะไรไม่ทันแล้วแหละ
..
หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้นะแจ๊ะห์
..
พูดถึงไอ้พิมพ์อบมัฟฟินเนี่ย เคยพลาดมารอบนึง
ก่อนหน้านี้เคยซื้อพิมพ์อบมัฟฟินขนาด 12 หลุมมา
ก็ไม่ได้ดูขนาดเตาอบของตัวเองหรอก
กลับมาถึงจะลองยัดเข้าเตาดู ปรากฏว่ามันใหญ่ล้นเตาใช้ไม่ได้ ใส่ยังไงก็ไม่พอดี
ทำยังไงกับมันดีล่ะ ก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ
เอาไว้พักคัพเค้กที่เพิ่งทำเสร็จแล้วแทน (เพิ่งจะมีประโยชน์)
สรุปทำรอบนี้ได้ทั้งหมด 36 ถ้วย
(หักที่กวางชิม 2 ถ้วย แม่ชิม 1 ถ้วย เหลือ 33 ถ้วย)
แม่บอกว่าอร่อยดี
หน้ายุบก็อย่าไปเศร้านักเล้ย ไม่ได้ทำขาย
..
แต่กล้วยคงเยอะไปจริง ๆ แหละ..
ทำเสร็จทั้งหมด รวมล้างของ อาบน้ำแล้วด้วยก็ประมาณตี 2 ครึ่ง
(คงไม่อัพบล็อกต่อแล้วแหละเพราะไม่ถึกขนาดนั้น) กว่าจะได้นอนก็ปาไปประมาณใกล้ ๆ ตี 3
ตื่นมา 8 โมงยังง่วงอยู่เลย
(ทำงานวันเสาร์ก็หาวมันกลางออฟฟิศนั่นแหละ)
-- แก้ไข ( 1 )--
ใครอยากทานก็หยิบในรูปได้นะคะ
edit @ 28 Mar 2009 11:32:54 by ดุกศรียโสธร
edit @ 9 Apr 2009 20:53:00 by ดุกศรียโสธร

ไอ้ที่อีดิท คิดว่ามันจะหยิบจากบล็อกได้หรือไงยัยดุก
ปล.เตงทำมักกะโีรนี่อบชีสด้วยไง
อร่อย
#1 By joy on 2009-03-28 11:40